วัคซีนของของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด เป็นผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 รายการที่ 2 ซึ่งองค์การอนามัยโลกอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ว่า นพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันจันทร์ เรื่องการขึ้นทะเบียนรับรองเพื่อการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีน “ADZ1222” หรือ “ChAdOx1” พัฒนาโดยบริษัทแอสตราเซเนการ่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของสหราชอาณาจักร  ผลิตโดยบริษัทแอสตราเซเนกา-เอสเค ไบโอ ของเกาหลีใต้ และสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย เพื่อป้องกันโรคโควิด-19
  
ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด เป็นผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพป้องกันโรคโควิด-19 รายการที่ 2 ซึ่งผ่านการอนุมัติจากดับเบิลยูเอชโอ ต่อจากการขึ้นทะเบียนวัคซีน “โทซินาเมแรน” หรือ “BNT162b2” ที่บริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ พัฒนาร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
 
อย่างไรก็ตาม มากกว่า 50 ประเทศรวมถึงสหราชอาณาจักร เม็กซิโก อาร์เจนตินา อินเดีย และไทย อนุมัติวัคซีนตัวนี้ไปก่อนแล้ว โดยหลายฝ่ายให้ความเชื่อมั่นต่อวัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด จากการที่มีราคาถูกกว่าวัคซีนอีกหลายยี่ห้อ สามารถผลิตได้ครั้งละเป็นจำนวนมาก และเก็บรักษาได้ภายในอุณหภูมิช่องแข็งของตู้เย็นทั่วไป

Posted in new