ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐถือว่า เหตุการณ์ทหารตุรกีสังหารชาวอาร์เมเนียในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง “เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ว่าทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งมีการสังหารชาวอาร์เมเนีย 1.5 ล้านคนโดยกองทัพจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี 2458 ถึง 2466 “เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”  โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า ท่าทีของทำเนียบขาวในเรื่องนี้ “เป็นการยอมรับความจริงทางประวัติศาสตร์” และ “ไม่ใช่การกล่าวโทษใคร” แต่เป็นการ “สร้างความเชื่อมั่น” ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก
 
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในแถลงการณ์ในทิ้งท้ายว่า สหรัฐยังให้ความสำคัญกับตุรกีในฐานะพันธมิตรที่สำคัญ ทั้งในระดับทวิภาคี และการเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ขณะเดียวกัน สหรัฐพร้อมทำหน้าที่คนกลาง ในการเจรจาระหว่างตุรกีกับอาร์เมเนียในอนาคต
 
ขณะที่นายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินเนียน ผู้นำอาร์เมเนีย กล่าวถึงการประกาศดังกล่าวของสหรัฐ แม้เป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่ “สร้างความยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง” ให้แก่ประชาชนทั้งในอาร์เมเนีย และชาวอาร์เมเนียที่อาศัยอยู่ตามหลายประเทศบนโลก
 
สำหรับประเด็นนี้ เป็นเพียงไม่กี่เรื่องที่รัฐบาลและฝ่ายค้านของตุรกีจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน นายเมฟลุต คาวูโซกลู รมว.กระทรวงการต่างประเทศของตุรกี กล่าวว่า รัฐบาลอังการาและชาวตุรกีไม่มีทางยอมรับความเห็นของผู้นำสหรัฐในเรื่องนี้ ที่เป็นการตัดสิน “ตามหลักประชานิยม” ส่วนพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านของตุรกีออกแถลงการณ์ร่วมกัน ประณามรัฐบาลวอชิงตัน “ทำผิดพลาดครั้งใหญ่”

อนึ่ง ไบเดนนับเป็นผู้นำสหรัฐคนแรก นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งเรียกเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวอาร์เมเนีย โดยกองทัพจักรวรรดิออตโตมัน เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยประธานาธิบดีสหรัฐทุกคนก่อนหน้าาไบเดน หลีกเลี่ยงการให้ความเห็นเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลด้านการเมือง

Posted in new